คัมภีร์อัลกุรอานคือ คัมภีร์เดียวเดียวของศาสนาอิสลามที่พระเจ้านั้นได้ประทานลงมาให้กันท่านศาสนทูต นบีมูฮัมหมัด เพื่อเป็นทางนำให้กับการดำเนินชีวิตของผู้ศรัทธาอัลกุรอานจึงมีความสำคัญต่อชีวิตของพี่น้องมุสลิมทั่วโลกนับตั้งแต่อดีตกระทั่งปัจจุบัน”และกว่าจะเป็นคัมภีร์ ที่ครบอย่างสมบูรณ์กว่าจะเป็นเล่มนั้นเป็นเวลาทั้งหมด 22 ปี” คัมภีร์อัลกุรอานนั้นพระเจ้าไม่ได้ประทานลงมาเป็นหนังสือครบเล่มทีเดียว และในการลงมาของอัลกุรอานนั้นพระเจ้าได้มอบหน้าที่นี้ให้แก่ ท่านมลาอีกะ
“ความมหัศจรรย์ ของคัมภีร์อัลกุรอาน” ย้อนเวลากลับไปเป็นเวลา1400ปีที่แล้วพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงประทานคัมภีร์อัลกุรอานเพื่อเป็นทางนำแห่งมนุษย์ชาติ ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 1400 ปี พระเจ้าทรงได้ประทานคัมภีร์อัลกุรอานลงมาเพื่อเป็นทางนำให้แก่มนุษย์ชาติคัมภีร์ของพระผู้เป็นเจ้าฉบับสุดท้ายนี้จะยังคงเป็นทางนำทางเดียวนับตั้งแต่วันที่พระเจ้าประทานลงมาไปจนถึงตราบวันสิ้นโลกและวันฟื้นคืนชีพ สำนวนโหยหา อันที่มิอาจจะเปรียบเทียบได้และวิทยปัญญาอันสูงส่งของอัลกุรอาน คือพยานหลักฐานอันแน่ชัดว่าอัลกุรอานคือคัมภีร์ของพระผู้เป็นเจ้าที่แท้จริงและนอกจากนี้ความมหัศจรรย์ของอัลกุรอานนั้นมีมากมาย เช่น การออกเสียง การออกสำเนียง และเนื้อหาต่างๆ ในอดีต นับตั้งแต่วันที่พระเจ้าสร้างโลก จนมาถึง ยุคเราปัจจุบัน และพูดถึงอนาคต นักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยและพิสูจน์ศึกษาอย่างละเอียดจนต้องยอมรับเข้าสู่อิสลาม ซึ่งไม่มีบทความใดบนโลกนี้และไม่มีมนุษย์ผู้ใดที่เลียนแบบหรือมาเทียบกับอัลกุรอานได้ แม้แต่ชาติอาหรับเองก็ไม่สามารถที่จะเลียนการออกเสียงสำเนียงได้
ทฤษฎีและการค้นคว้า ทางวิทยาศาสตร์นั้นมีมากมายโดยมีผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโนยีสมัยใหม่อย่างก้าวกระโดดทำให้สิ่งที่ไม่เคยได้รับรู้และเห็นมาในครั้งอดีตได้ทราบในยุคปัจจุบันจนกระทั้งได้มีผู้ที่พยายามนำเอาทฤษฎีหรือข้อค้นพบ ทางวิทยาศาสตร์ เข้ามาประกอบการอธิบายอัลกุรอาน แม้ว่าพิจารณาอย่างผิวเผินแล้วอาจดูมีความเป็นไปได้ หรือมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งนักวิชาการได้มีการตีความและอธิบาย อายะ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวนี้ให้ตรงกับอัลกุรอาน ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายอัลกุรอานหรือนำเอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายเพื่อให้เข้ากับ อายะ ใดในอัลกุรอาน เช่น เรื่องบิ๊กแบน เป็นต้น
สิ่งที่อัลกุรอานได้กล่าวเอาไว้เมือ1400ปีที่แล้วเช่นเรื่องภูเขาพระผู้เป็นเจ้าได้กล่าวว่าภูเขา ที่พระผู้เป็นเจ้าสร้างมาเพื่อเป็นเหมือนกับหมุดปักเต้นหมายความว่า: ใต้ดินข้างล้างของภูเขามันจะงอกเยอะกว่าภูเขาด้านบนแต่ข้างล้างมันจะยึดงอกเยอะลึกลงกว่าเยอะ เพื่อค้ำจุ่นแผ่นดิน
ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเวลา1400ปียุคนั้นซึ่งไม่มีใครได้ล่วงรู้ข้อมูลตรงนี้ได้อย่างแน่นอนเพราะวิทยาศาสตร์ต้องใช้เทคนิคเทคโนโลยี และต้องใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เป็นจำนวนมากเพื่อจะพิสูจน์เรื่องนี้ แต่คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวไว้แล้วในช่วงเวลานั้นๆจนกระทั่งมาถึงวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันได้ถูกค้นพบและเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้ในยุคปัจจุบัน
และสิ่งที่อัลกุรอานได้กล่าวเอาไว้อีกเรื่องก็คือ เรื่องน้ำทะเลกับน้ำจืดไม่ผสมกันพระองค์ทรงตรัสว่าพระองค์ทรงทำให้น่านน้ำทั้งสองนี้ (น้ำทะเลกับน้ำจืด) ไม่ให้ไหลมาบรรจบรวมกัน
หมายความว่าระหว่างมันทั้งสองมีที่กั้นกีดขวางมันจะไม่ล้ำเขตต่อกันจนกระทั่งวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ค้นพบว่าในบริเวณปากแม่น้ำ ที่ซึ่งน้ำจืดและน้ำเค็มมาบรรจบกันนั้นสถานภาพจะค่อนข้างแตกต่างจากสิ่งที่ได้พบในสถานที่ซึ่งทะเลสองสายมาบรรจบกัน โดยพบว่าสิ่งที่แยกน้ำจืดออกจากน้ำเค็มในบริเวณปากแม่น้ำนั้นคือ “เขตที่น้ำเปลี่ยนแปลงความหนาแน่นโดยที่ความหนาแน่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนจะเป็นสิ่งที่แยกน้ำสองสายนี้ออกเป็นสองชั้น.การแบ่งเขตดังกล่าวนี้ (เขตการแบ่งแยก)จะมีความแตกต่างในเรื่องของความเค็มระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม
สุดท้ายแล้วขอฝากข้อคิดดีๆง่ายๆ ขอยกตัวอย่างเช่นคุณซื้อเครื่องจักร มาตั้งอยู่ตรงหน้าคุณสักตัวหนึ่ง ซึ่งคุณจะใช้มันยังไงและแน่นอนว่าคุณต้องศึกษาคู่มือการใช้งานที่ถูกต้องและเรื่องราวในคู่มือของเครื่องจักรนี้มาจากไหน ซึ่งแน่นอน มันก็มาจากผู้สร้างเครื่องจักรนี้