เรื่องเล่า”นบีอีซา”หรือ(พระเยซู)

Ep.1 Credit ; โดย…อ.คอลิด วารีย์ & คุณ.ราชา นิสกุล (สนับสนุนโดย : youtubeChanel:อัลอิคลาศ)
Ep.2                                                                Credit ; โดย…อ.คอลิด วารีย์ & คุณ.ราชา นิสกุล (สนับสนุนโดย : youtubeChanel:อัลอิคลาศ)
Ep.3                                                                  Credit ; โดย…อ.คอลิด วารีย์ & คุณ.ราชา นิสกุล (สนับสนุนโดย : youtubeChanel:อัลอิคลาศ)
Ep.4                                                                  Credit ; โดย…อ.คอลิด วารีย์ & คุณ.ราชา นิสกุล (สนับสนุนโดย : youtubeChanel:อัลอิคลาศ)
Ep.5                                                                  Credit ; โดย…อ.คอลิด วารีย์ & คุณ.ราชา นิสกุล (สนับสนุนโดย : youtubeChanel:อัลอิคลาศ)
Ep.6                                                                  Credit ; โดย…อ.คอลิด วารีย์ & คุณ.ราชา นิสกุล (สนับสนุนโดย : youtubeChanel:อัลอิคลาศ)

ศาสดาของอิสลามคือบุคคลที่ทรงมีอิทธิพลอันดับหนึ่งของโลกและทรงมีอิทธิพลมากที่สุดตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติ

วันนี้เราจะมาพูดถึงและพิสูตร์ความยิ่งใหญ่ของชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Muhammat ท่านศาสนาฑูตท่านศาสดาแห่งอิสลาม เราจะมาพิสูตร์ถึงความยิ่งใหญ่ มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่ถูกเขียนโดย ผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม คือเป็น ชาวยิว นั้นเอง เป็น อเมริกัน เชื้อสายยิว นามว่า Michael H.hart ใด้เขียนหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่ชื่อว่า

” The 100 aranking of The most influential Persons in History “

Michael H.hart ใด้เขียนหนังสือ แต่เจ้าตัวนั้นไม่ใช้มุสลิม แต่ตัวเค้านั้นเป็น นักประวัติศาสตร์ เป็นชาวยิวเขียนหนังสือเล่มนี้ แต่ ณ.ปัจจุบันนี้ใด้มีการตีพิมพ์หนังสือโดยประมาณ ห้าแสนเล่ม ส่งออกไปทั้วโลกพร้อมคำแปลในแต่ละประเทศที่ส่งออกไม่ต่ำกว่า 15 ภาษา Michael H.hart ได้ list มาจัดอันดับ100คนทั้วโลกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก เค้าได้เขียนลงบุคคลที่มีอิทธิพลอันดับแรกเลย ก็คือ

อันดับที่ 1
ท่านศาสดา(นบีมูฮัมหมัด ซ.ล) มาเป็นอันดับหนึ่ง ของบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ชาติเลย มีอิทธิพลทั้วโลกนับตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบัน

อันดับที่ 2

Sir.I-Sax Newton (เซอร์.ไอแซก นิวตัน) 

อันดับ 3 
ท่านศาสดา(นบี.อีซา ซ.ล) หรือ (พระเยซู) 

อันดับ 4
พระพุทธเจ้า ศาสดาแห่งศาสนาพุทธ ถูกจัดอยู่ที่อันดับที่ 4

อันดับ 5
ขงจื้อ

ผมยกมา5อันดับพอ และในขณะที่ศาสดาอีซาซึ่งก็เป็นศาสนฑูตของศาสนาอิสลามสะด้วยถูกจัดอยู่ที่อันดับ 3

หมายเหตุ; ถ้ามีชาวมุสลิมคนไหนที่ไม่เชื่อว่า นบีอีซา หรือ พระเยซู ว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่พระผู้เป็นเจ้าส่งมา ละก็ คนผู้นั้นก็ไม่ใช้มุสลิม ตกศาสดาไปเลย)

เพราะฉะนั้น อีซา หรือ เยซู นี้ก็เป็นหนึ่งในศาสดาของอิสลาม และเป็นบุคคลที่ชาวมุสลิมทุกคนจะต้องเชื่อในตัว อีซา หรือ เยซู ว่าเป็นศาสดาที่พระผู้เป็นเจ้าส่งมา แต่ถูกจัดให้มาอยู่ในอันดับที่ 3 
Sir.I-Sax Newton (เซอร์.ไอแซก นิวตัน) ถูกจัดมาอยู่อันดับ 2 เฉยเลย

numberone อันดับที่ 1 คือ ท่านศาสดา(นบี.มูฮัมหมัด ซ.ล) แล้วทีนี้ คำถามก็คือว่า???? 

ตอบ= Michael H.hart นี้ก่อนที่เค้าจะทำเรื่องราวเหล่านี้ เค้าใด้เดินทาง และไปศึกษาเก็บข้อมูลอย่างละเอียดกับคน100คนทั้วทุกที่ ศึกษาทีละคน คนๆไป 

บุคคลที่อยู่ใน lits100คน ในหนังสือเค้า ในแต่ละคนนั้น เค้าใด้เดินทาง และไปศึกษาเก็บข้อมูลอย่างละเอียดกับคน100คนทั้วทุกที่ ศึกษาทีละคน คนๆไป

“อันนี้ขอชื่นชมในมุมมองของคนฝรั่งนี้ เวลาเค้าทำอะไรเค้าทำกันจริงจังทุ้มสุดตัวมากขอชื่นชม”

Michael H.hart เค้าเริ่มต้นศึกษาเรื่องราวของท่านศาสดา มูฮัมหมัด มาตั้งแต่มูฮัมหมัดเกิดมาบนโลกใบนี้วันแรก จนกระทั่งถึงวันที่ท่านศาสดาเสียชีวิตลง

และใด้ข้อสรุปว่า = ท่านศาสดา(นบี.มูฮัมหมัด ซ.ล) คือบุคคลเดียวเท่านั้นที่ทรงมีอิทธิพลและยิ่งใหญ่และทรงใด้รับสำเร็จอันสูงสุดในหน้าที่ของท่าน ทั้งในโลกและทางศาสนา ในการเผยแพร่ศาสนา และไม่ใด้เป็นแค่นักเทศศาสนาอย่างเดียว เป็นประวัติศาสตร์,เป็นนักการเมือง,เป็นนักปฎิรูป,เป็นนักบริหาร,เป็นนักปกครองผู้คน,และเป็นหลายๆนักเลยทีเดียวท่านศาสดา(นบี.มูฮัมหมัด ซ.ล) ใด้รับความสำเร็จอย่างสูงที่สุด ทั้งในทางโลก และในทางศาสนา”และเมือเปรียบเทียบกับลัทธิหรือศาสนาอื่นๆก็จะเห็นใด้ว่า บุคคลนั้นๆใด้รับความสำเร็จเพียงแค่เรื่องศาสนาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถที่จะปกครองหรือปฎิรูป ชีวิตมนุษย์โดยรวมใด้ ใด้แค่อยู่กับธรรมะและใด้อยู่กับบุคคลกลุ่มๆหนึ่งแค่เท่านั้นเอง และคำสอนของเค้าก็ไม่สามารถที่จะไปมีอิทธิพลกับคนและในแง่มุมต่างๆของชีวิตใด้

ไขรหัสลับสัญญานวันสิ้นโลกทั้ง3ศาสนา

ไขรหัสลับสัญญานวันสิ้นโลกทั้ง3ศาสนา

จากเหตุการณ ความวุ่นวายต่างๆและความเสื่อมโทรมในผู้คน นำไปสู่บทสรุปสุดท้ายของโลกนำไปสู่บทสรุปสุดท้ายของโลกที่มาพร้อมกับสัญญาณในความเชื่อศาสนาอิสลามนั้นจะมี10 สัญญาณหลักๆด้วยกัน ท่านศาสดา มูฮัมหมัด นั้นได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า วันสิ้นโลกนั้นจะยังมาไม่ถึงถ้า10สัญญาณเหล่านี้ยังไม่ปรากฎ นั้นก็คือ

1.หมอกควันจะออกมาจากแผ่นดินปกคลุมทั่วท้องฟ้าจน      ปิดบังแสงจากพระอาทิตย์

2.(Dijjal or the antichirist)ออกมาจากแผ่นดินทางตอนเหนือของเมือง Madinah
3.จะมีสัตว์ประหลาดชนิดหนึ่งจะออกมาจากแผ่นดินถัดไปจาก dijjal

4.การลงมาของ นบีอีซา หรือ พระเยซู ลงมาเพื่อฆ่าdijjalและหักไม้กางเขนและฆ่าหมู 

5.Yajuj และ Majuj หรือ( Gog และ Magog) จะพังกำแพงของกษัตริย์Zulkarnaiออกมาสร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดินทั่วโลก

6.จะเกิดเหตุการณธรณีสูบ 3ครั้ง ติดต่อกัน


7.จะเกิดเหตุการณโรคระบาดครั้งใหญ่เกิดขึ้นทั่วโลก


8.ไฟจะปะทุออกจากพื้นแผ่นดินไล่ต้อนผู้คนโดยจะปะทุขึ้นมากจากประเทศเยเมน


9.จะมีบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคล้ายเหมือนท่านศาสดา มูฮัมหมัด และเป็นเชื่อสายต้นตระกูลของท่านศาสดามาปรากฏตัว นั้นก็คือท่าน Imam Mahdi จะมาสร้างความปรองดองความสงบสุขบนพื้นแผ่นดินในยุคสุดท้าย


10.พระอาทิตย์จะขึ้นมาทางทิศตะวันตกช่วงเวลานั้นระบบสุริยะจักรวาลได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วและมนุษย์ ทั้งโลกจะเหตุปรากฎการเหล่านี้

เนื่องจากสัญญาณทั้งหมดนี้มันเป็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติ มันเกินสติปัญญาและท้าทายสติปัญญาของมนุษย์ผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้ และยังเชื่อว่าปัจจุบันยังคงห่างไกลเรื่องเหล่านี้ด้วยการปิดบังข้อมูลต่างๆซึ่งในความเป็นจริงนั้น มัน…ได้..อุบัติ…ขึ้นแล้ว!

หนึ่งในสัญญาณที่ปรากฎขึ้นชัดเจนขึ้นแล้วนั้นก็คือ Yajuj and Majuj หรือ (Gog and Magog ชื่อเรียกของศาสนา คริสต์) ผู้ที่เป็นสมุนของ Dijjal หรือ (antichirist) และจะเป็นผู้ที่สร้างความเสียหายบนหน้าแผ่นดินทุกหนแห่งทั่วโลก

หลังเหตุการณของน้ำท่วมโลกแล้ว หลังจากที่เรือของโนอาร์ นั้นได้ไปเกยตื้นอยู่บนยอดของภูเขายูดี ประเทศ ตุรกี ปัจจุบัน ตอนนั้นมนุษย์ชาตินั้นได้รอดชีวิตลงมาจากเรือแค่ไม่กี่คนเอง มีเพียงแค่ลูกๆของโนอาร์ ในนั้นทั้งหมดจะมีอยู่ 4 เผ่าพันธ์ด้วยกัน ซึ่งเราพูดถึงและอ้างอิงมาจากคัมภีร์สองศาสนาด้วยกัน คือ คัมภีร์ศาสนาคริสต์ และคัมภีร์ศาสนาอิสลาม พูดถึงเผ่าพันธ์ที่ว่านั้นคือ..

เผ่าพันธ์ชาม(SHEM)เผ่าพันธ์ฮาม(HAM)เผ่าพันธ์ยาเฟส(japheth) 


ดังนั้นกลุ่มที่เราจะพูดถึงเรื่องราวของ Yajuj และ Majujหรือ(GogและMagog) ก็คือกลุ่มที่สามคือกลุ่มของ japheth กลุ่มของ japheth นี้หลังจากเหตุการ์ณน้ำท่วมโลกแล้วพวกเค้าได้อพยพขึ้นไปทางเหนือขึ้นไปบริเวณขั่วโลก คือบริเวณทุ้งหญ้า Stepp 

คุณลักษณะของกลุ่มชาวScythiaนี้เอง พวกมีความ ดุร้าย ป่าเถื่อน ใช้ความรุนแรง มีความเป็นนักรบ ชอบ ฆ่า ฟันกันเอง ลักษณะของภูมิประเทศของเทือกเขาcaucasus ซึ่งมีทางเข้า-ทางออก มีแค่ช่องทางเดียว โลกที่เค้าจะออกมาพบนั้นก็คือบริเวณเอเชียกลาง